เชียงราย

“เหนือสุดในสยาม ชายแดนสามแผ่นดิน ถิ่นวัฒนธรรมล้านนา ล้ำค่าพระธาตุดอยตุง”

เชียงรายเป็นจังหวัดที่อยู่ทางตอนเหนือที่สุดของประเทศไทย ตั้งศาลากลางที่ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย อาณาเขตทิศเหนือจรดแขวงเมืองสาด และแขวงท่าขี้เหล็ก รัฐฉาน สาธารณรัฐสหภาพพม่า โดยมีทางหลวงแผ่นดินทะลุผ่านถึงกันทางถนนที่เชื่อมต่อไปยังประเทศพม่าที่ด่านพรมแดนแม่สาย อำเภอแม่สาย และในอนาคตที่สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 4 ถนนสาย R3A ที่อำเภอเชียงของ ส่วนทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับแม่น้ำโขง ทิศตะวันออกจดทิวเขาหลวงพระบางซึ่งปันเขตแดนไทยกับประเทศลาว และติดต่อกับจังหวัดพะเยา ทิศใต้กับจังหวัดพะเยา จังหวัดลำปาง และจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนทิศตะวันตกกับจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเรียกว่าดอยลังกาหลวงหรือดอยแม่โถ เป็นยอดเขาที่มีเส้นแดนติดกันทั้ง 3 จังหวัดบนยอดเขา

จังหวัดเชียงรายเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นจังหวัดที่ใหญ่อีกจังหวัดหนึ่งของประเทศไทย โดยมีพิ้นที่จังหวัดใหญ่เป็นอันดับที่ 12 ของประเทศไทยและเป็นเมืองเศรษฐกิจสำคัญตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนจีนตอนใต้-อินโดจีน

พงศาวดารโยนกว่า พญามังรายสร้างขึ้น ณ ที่ซึ่งเดิมเป็นเวียงชัยนารายณ์ เมื่อ พ.ศ. 1805 และครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงรายจนถึง พ.ศ. 1839 จึงไปสร้างเมืองเชียงใหม่ขึ้นในท้องที่ระหว่างดอยสุเทพกับแม่น้ำปิง และครองราชสมบัติอยู่ ณ เมืองเชียงใหม่จนถึง พ.ศ. 1860
สำหรับเมืองเชียงรายนั้น เมื่อพญามังรายย้ายไปครองราชสมบัติที่เมืองเชียงใหม่แล้ว พระราชโอรสคือ ขุนคราม หรืออีกชื่อหนึ่งว่าพญาไชยสงคราม ก็ได้ครองราชสมบัติสืบต่อมา นับแต่นั้นเมืองเชียงรายก็ขึ้นต่อเมืองเชียงใหม่

ครั้นต่อมาเมื่อล้านนาตกไปอยู่ในปกครองของพม่า ในปี พ.ศ. 2101 พม่าได้ตั้งขุนนางปกครองเมืองเชียงรายเรื่อยมา หลังจากนั้น พ.ศ. 2317 เจ้ากาวิละแห่งลำปางได้สวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ ทำให้หัวเมืองล้านนาฝ่ายใต้ตกเป็นประเทศราชของสยาม ขณะที่เชียงรายและหัวเมืองล้านนาฝ่านเหนืออื่น ๆ ยังคงอยู่ใต้อำนาจพม่า ล้านนากลายเป็นพื้นที่แย่งชิงอำนาจระหว่างสยามกับพม่า ในช่วงเวลาดังกล่าวเมืองเชียงรายเริ่มร้างผู้คน ประชาชนอพยพหนีภัยสงครามไปอยู่เมืองอื่น บ้างก็ถูกกวาดต้อนลงไปทางใต้ พ.ศ. 2247 เมืองเชียงแสนฐานที่มั่นสุดท้ายของพม่า ถูกกองทัพเชียงใหม่ ลำปาง และน่าน ตีแตก เมืองเชียงรายจึงกลายสภาพเป็นเมืองร้างตามเมืองเชียงแสน

ในปี พ.ศ. 2386 พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชานุญาตให้เจ้าหลวงเชียงใหม่ฟื้นฟูเชียงรายขึ้นใหม่ ภายหลังเมืองเชียงรายได้เป็นส่วนหนึ่งของมณฑลพฤศจิกายนพ กระทั่งปี พ.ศ. 2453 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชบัญญัติ ยกเชียงรายขึ้นเป็น เมืองเชียงราย ซึ่ง “เมือง” เป็นหน่วยการปกครองหนึ่งที่อยู่ถัดจาก “มณฑล” ลงมา โดยเมืองเชียงรายเป็นศูนย์กลางควบคุมเชียงแสน ฝาง และพะเยา ภายหลังเมืองเชียงรายได้เปลี่ยนเป็นจังหวัดเชียงราย และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2520 ได้แบ่งแยกพื้นที่บางส่วนทางตอนใต้ของจังหวัดจัดตั้งขึ้นเป็นจังหวัดพะเยา จนถึงปัจจุบัน

สถานที่ท่องเที่ยว

ชุมชนท่องเที่ยวที่ตั้งอยู่จุดเหนือสุดของประเทศไทย เริ่มดำเนินการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเมื่อประมาณ5ปีที่ผ่านมา โดยคุณจินนาลักษณ์ ชุ่มมงคล เจ้าของโรงงานกระดาษสาจินนาลักษณ์ ต่อมาในปี2559ได้เริ่มดำเนินการพัฒนาเป็นรูปแบบชุมชนท่องเที่ยว หลังจากที่ได้ดำเนินการพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวผ่านไป6เดือน ทางคณะกรรมการประเมินหมู่บ้านท่องเที่ยว จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ทั้งในระดับจังหวัดและส่วนกลางได้เดินทางเข้ามาทำการตรวจสอบเพื่อประเมินตามหลักเกณฑ์ของหมู่บ้านท่องเที่ยว ซึ่งหมู่บ้านท่องเที่ยวบ้านปางห้าได้ผ่านการประเมินเมื่อปลายปี2559
ทางชุมชนได้กำหนดให้โรงงานกระดาษสาจินนาลักษณ์ ที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้านปางห้า เป็นศูนย์กลางบริหารของชุมชนท่องเที่ยว และเป็นจุดต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมทั้งเป็นฐานกิจกรรมการเรียนรู้หลัก คือกิจกรรมทำกระดาษสา และนอกจากกิจกรรมทำกระดาษสาแล้ว ปัจจุบันจุดต้อนรับนักท่องเที่ยวที่โรงงานกระดาษสาจินนาลักษณ์ ได้มีกิจกรรมเด่นของชุมชนคือการสปามาร์คหน้าใยไหมทองคำ ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของวงการสุขภาพ ได้รับรางวัลชนะเลิศทั้งในระดับประเทศและระดับโลก นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้ทุกเพศทุกวัย ขณะนี้ทางชุมชนกำลังจัดทำโครงการขยายให้ชาวบ้านมีส่วนรวมในการให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย
พระเจ้าอกแอ่นตั้งอยู่ ณ สถานปกิบัติธรรมพระเจ้าอกแอ่น บ้านเวียงกือนา หมู่ที่2ตำบลริมกก อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเมื่อประมาณ640ปีก่อน พระเจ้ากือนา กษัตริย์ลำดับที่6แห่งราชวงค์เม็งราย ทรงประสูติที่เมืองเชียงแสน เป็นโอรสของพระเจ้าผายู ผู้ครองเมืองเชียงแสน ต่อมาพระเจ้าผายู ได้ไปครองเมืองเชียงใหม่จึงให้พระเจ้ากือนา ขึ้นครองเมืองเชียงแสนสืบต่อ เมื่อพระเจ้าผายูสวรรคตพระเจ้ากือนาจึงไปครองเมืองเชียงใหม่ ในขณะที่พระเจ้ากือนาเดินทางไปครองเมืองเชียงใหม่นั้น เมื่อไปถึงบริเวณริมแม่น้ำกก ซึ่งเป็นเขตระหว่างเชียงแสนกับเชียงราย (อ.เวียงชัยในปัจจุบัน) ได้หยุดพักอยู่ในหมู่บ้านใหญ่แห่งหนึ่ง (ปัจจุบันคือหมู่บ้านเวียงกือนา) แล้วได้สร้างพระพุทธรูปหน้าตักกว้าง7ศอก ไว้องค์หนึ่ง พร้อมสร้างวิหารกว้าง7วา ยาว12วา อีกหลักหนึ่ง ส่วนพระมหาเทวี พระมเหสีของพระเจ้ากือนา ได้สร้างพระพุทธรูปมีพุทธลักษณะแอ่นเพลา (อก) ขนาดหน้าตัก3ศอก ไว้บริเวณฝั่งตรงข้ามกับพระเจ้ากือนา มีระยะห่างกันพอไก่ขันได้ยิน โดยสร้างไว้เป็นที่ระลึก (ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสำนักปฏิบัติธรรมพระเจ้าอกแอ่น ต.ริมกก อ.เมือง จ.เชียงราย) และได้จัดงานฉลองถวายทานพร้อมกันเมื่อจุลศักราช725เดือน6พระเจ้ากือนา ได้เดินทางไปครองเมืองเชียงใหม่ต่อในปีเดียวกัน ซึ่งสถานที่ดังกล่าวเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงาม สงบ และร่มรื่น จึงทำให้เกิดบรรยากาศ ที่สดใสและสวยงามยิ่งนัก จึงน่าจะพัฒนาให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงรายต่อไป

เทศบาลนครเชียงรายได้ส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถราง “นั่งรถรางแอ่วเมืองเล่าขาน 9 ตำนานนครเจียงฮาย” ตามเส้นทาง จุดที่ 1 อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายฯ จุดที่ 2 อาคารเทิดพระเกียรติ 90 ปีสมเด็จพระศรีนครินทร์ และ อนุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 จุดที่ 3 วัดพระสิงห์ จุดที่ 4 วัดพระแก้ว จุดที่ 5 วัดดอยงำเมือง จุดที่ 6 วัดพระธาตุดอยจอมทอง จุดที่ 7 วัดมิ่งเมือง จุดที่ 8 หอนาฬิกาเชียงราย จุดที่ 9 สวนตุงและโคมนครเชียงราย โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง

จังหวัดเชียงรายเป็นจังหวัดหนึ่งที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีทรัพยากรด้านการท่องเที่ยวจำนวนมาก ทั้งประเพณีวัฒนธรรม วิถีการดำรงชีวิตที่มีความหลากหลาย มีศิลปะโบราณสถานโบราณวัตถุเก่าแก่ และมีประวัติศาสตร์ความเป็นมายาวนานกว่า750ปี เทศบาลนครเชียงรายได้จัดทำโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยรถราง ให้บริการนำเที่ยวตามเส้นทางเชิงประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม
เป็นการปรับปรุงอาคารหอประชุมเม็งรายอนุสรณ์เดิม เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางด้านภูมิหลังของท้องถิ่น พัฒนาการทางสังคม ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม จารีตประเพณี ในส่วนของการจัดแสดงนิทรรศการภายในได้จัดแสดงเนื้อหานับตั้งแต่ยุคสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ ยุคของการสร้างบ้านเมือง การเปลี่ยนแปลง จนกระทั่งเป็นเมืองเชียงรายในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังจัดแสดงเรื่องราววิถีชีวิตภูมิปัญญา การเมืองการปกครองและเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมอันน่าภูมิใจของคนเชียงราย ซึ่งทั้งหมดนี้นำเสนอด้วยแบบจำลองผสานสื่อที่ทันสมัย ทั้งสไลด์วีดีทัศน์ ซอฟแวร์ หุ่นจำลอง บอร์ดกราฟฟิกและภาพประกอบคำบรรยายที่ทันสมัยสวยงามน่าสนใจ และง่ายต่อการเรียนรู้
Shops in Chiang Rai

Leave a Reply

Related Post

บุรีรัมย์บุรีรัมย์

บุรีรัมย์เป็นเมืองแห่งความรื่นรมย์ตามความหมายของชื่อเมืองที่น่าอยู่สำหรับคนในท้องถิ่นและเป็นเมืองที่น่ามาเยือนสำหรับคนต่างถิ่น เมืองปราสาทหินในเขตจังหวัดบุรีรัมย์มากมีไปด้วย ปราสาทหินใหญ่น้อย อันหมายถึงความรุ่งเรืองมาแต่อดีต จากการศึกษาของนักโบราณคดีพบหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ สมัยทราวดี และที่สำคัญที่สุดพบกระจายอยู่ทั่วไปในจังหวัดบุรีรัมย์มาก คือ หลักฐานทางวัฒนธรรมของเขมรโบราณ ซึ่งมีทั้งปราสาทอิฐ และปราสาทหินเป็นจำนวนมากกว่า 60 แห่ง รวมทั้งได้พบแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ คือ เตาเผา,ภาชนะดินเผา และภาชนะดินเผาแบบที่เรียกว่าเครื่องถ้วยเขมร สถานที่ท่องเที่ยว อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง อุทยานประวัติศาสตร์พนมรุ้ง หรือ ปราสาทหินพนมรุ้ง เป็นหนึ่งในปราสาทหินในกลุ่มราชมรรคา ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 2 (บ้านดอนหนองแหน) ตำบลตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ห่างจากตัวเมืองบุรีรัมย์ลงมาทางทิศใต้ประมาณ 77 กิโลเมตร ประกอบไปด้วยโบราณสถานสำคัญ ซึ่งตั้งอยู่บนยอดภูเขาไฟที่ดับสนิทแล้ว สูงประมาณ 200 เมตรจากพื้นราบ

ชลบุรีชลบุรี

ชลบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศไทย ชุมชนเมืองศูนย์กลางของจังหวัด คือ เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งอยู่ โดยมีเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ คือ เมืองพัทยา นอกจากด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วยังเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกอย่างมาก ทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอดีตจังหวัดชลบุรีนั้นเคยเป็นแหล่งที่ตั้งของเมืองท่าที่มีความสำคัญมาก แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่มีความสำคัญของประเทศรองจากท่าเรือกรุงเทพ นั่นก็คือท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเหมาะสม จังหวัดชลบุรีนั้นมีอาณาเขตติดต่อ (ตามเข็มนาฬิกาเริ่มจากทิศเหนือ) ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และติดต่อกับอ่าวไทยทางทิศตะวันตก ประชากรของจังหวัดมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยประชากรในปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนประมาณ 1.5 ล้านคน

เชียงใหม่เชียงใหม่

“ดอยสุเทพเป็นศรี ประเพณีเป็นสง่า บุปผชาติล้วนงามตา นามล้ำค่านครพิงค์” เมืองเชียงใหม่ มีชื่อที่ปรากฏในตำนานว่า “นพบุรีศรีนครพิงค์เชียงใหม่” เป็นราชธานีของอาณาจักรล้านนาไทยมาตั้งแต่พระยามังรายได้ทรงสร้างขึ้น เมื่อ พ.ศ.1839 ซึ่งมี อายุครบ 710 ปี ในปี พ.ศ.2549 และเมืองเชียงใหม่ได้มีวิวัฒนาการ สืบเนื่องกันมาในประวัติศาสตร์ตลอดมา เชียงใหม่มีฐานะเป็นนครหลวงอิสระ ปกครองโดยกษัตริย์ราชวงศ์มังราย ประมาณ 261 ปี (ระหว่าง พ.ศ.1839-2100) ในปี พ.ศ.2101    เชียงใหม่ได้เสียเอกราชให้แก่กษัตริย์พม่าชื่อบุเรงนอง และได้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่านานร่วมสองร้อยปี