กระบี่

กระบี่ เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคใต้ของประเทศไทย เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของภาคใต้ มีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น หาดทรายขาว น้ำทะเลใส ปะการัง ถ้ำ และหมู่เกาะน้อยใหญ่กว่า 100 เกาะ และเป็นที่ตั้งของเรือนรับรองที่ประทับแหลมหางนาค

จากหลักฐานทางโบราณคดีสันนิษฐานได้ว่า บริเวณเมืองกระบี่เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณก่อนประวัติศาสตร์ และต่อเนื่องมาจนถึงสมัยประวัติศาสตร์ ดินแดนนี้เดิมคือ บันไทยสมอ มีสภาพเป็นชุมชนเล็ก ๆ ขึ้นอยู่กับอาณาจักรนครศรีธรรมราช เมื่อถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เจ้าพระยานคร (น้อย) ได้มอบหมายให้ปลัดเมืองไปตั้งเพนียดคล้องช้างที่กระบี่ ทำให้ผู้คนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานกันมากขึ้นจนกลายเป็นชุมชนใหญ่ ต่อมายกฐานะเป็น แขวงเมืองกาสัย หรือ ปกาสัย ขึ้นต่อเมืองนครศรีธรรมราช

ประมาณปี พ.ศ. 2415 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ ให้ยกฐานะขึ้นเป็นเมืองปกาสัย และพระราชทานนามว่า เมืองกระบี่ เมื่อได้ประกาศตั้งขึ้นเป็นเมืองแล้วโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งที่ทำการอยู่ที่ตำบลกระบี่ใหญ่ (บ้านตลาดเก่า) ในท้องที่อำเภอเมืองกระบี่ปัจจุบัน มีหลวงเทพเสนาเป็นเจ้าเมืองกระบี่คนแรก จนในปี พ.ศ. 2418 เมืองกระบี่ได้แยกออกจากการปกครองของเมืองนครศรีธรรมราช เป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพ และ ในปี พ.ศ. 2443 สมัยพระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี (คอซิมบี๊ ณ ระนอง) เป็นสมุหเทศาภิบาลมณฑลภูเก็ต ได้ย้ายที่ตั้งเมืองไปอยู่ตำบลปากน้ำ ซึ่งอยู่ใกล้ปากอ่าวเป็นร่องน้ำลึก ให้เป็นที่ตั้งศาลากลางจังหวัดจนถึงปัจจุบันนี้

สถานที่ท่องเที่ยว

ประกอบด้วย 2 เกาะใหญ่ๆ คือ เกาะพีพีดอน เกาะพีพีเล และเกาะเล็กๆข้างเคียง คือ เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ อาจกล่าวได้ว่า เกาะพีพีดอน และเกาะพีพีเล เป็นสุดยอดแห่งสถานที่ท่องเที่ยวหลัก เป็นเวิ้ง หรืออ่าวใหญ่ที่ภายในมีหาดทรายขาวสะอาดสวยงาม น่าเล่นน้ำแลพดูปะการัง และเกาะพีพีดอน เองครั้งหนึ่ง เคย ติดอันดับ 1 ใน 10 อันดับเกาะที่สวยงามที่สุดในโลกเลยทีเดียว เกาะพีพีดอนเป็นศูนย์กลางของหมู่เกาะพีพี มีทั้ง ที่พัก ร้านอาหาร และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน รวมทั้งยังมีทิวทัศน์ที่สวยงามอีกด้วยเกาะพีพี ประกอบ ด้วยอ่าว 2 อ่าวที่เป็นเวิ้งอ่าวคู่ คือ อ่าวต้นไทร และอ่าวโละดาลัมคั่นด้วยที่ราบเล็กๆร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว

หมู่เกาะพีพี ได้ชื่อว่าเป็นอาณาจักรแห่งบุปผาใต้สมุทร นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวหมู่เกาะนี้ส่วนใหญ่มาเพื่อดำน้ำดูปะการังดอกไม้ทะเล และปลาหลากสีสันที่สวยงาม นอกจากนั้นยังมีเกาะต่าง ๆ ที่อยู่ระหว่างเส้นทางเดินเรือ กระบี่-ภูเก็ต-หมู่เกาะพีพี ประกอบด้วยเกาะ 6 เกาะ คือ เกาะพีพีเล เกาะพีพีดอน เกาะยูง เกาะไม้ไผ่ เกาะบิดะนอก และเกาะบิดะใน ซึ่งแต่ละเกาะมีหาดทรายสวย น้ำทะเลใส

น้ำตกร้อน คลองท่อม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.กระบี่ มีลักษณะเป็นน้ำตกร้อน แต่น้ำไม่ถึงกับร้อนมาก อุณหภูมิประมาณ 40 – 50 องศาเซลเซียล เป็นน้ำร้อนที่ซึมมาจากผิวดินซึ่งมีป่าละเมาะปกคลุมอยู่ ตัวน้ำตกร้อน มีขนาดเล็ก สูงประมาณ 5 เมตร มี 3 ชั้น แต่ที่พิเศษ คือ แต่ละชั้น มีแอ่งลักษณะคล้ายอ่างอาบน้ำ ซึ่งเกิดจากการก่อตัวของตะกอนหินปูนในน้ำร้อน ชั้นละ 4 – 5 อ่าง ลึกประมาณ 1 – 1.5 เมตร ในน้ำมีสารกำมะถัน เจือจางเป็นส่วนประกอบ มีอุณหภูมิพอเหมาะสามารถอาบน้ำและแช่ได้ เป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปอาบน้ำเพื่อสุขภาพ โดยมักจะเที่ยวควบคู่ไปกับสระมรกต เพราะอยู่ห่างกันไม่มาก นอกจากน้ำตกร้อนแล้วภายในบริเวณแห่งนี้ ยังมีบ่อน้ำร้อนที่ มีลักษณะคล้ายอ่างน้ำ และสระน้ำขนาดใหญ่อีกหลายบ่อที่สร้างไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มานอนแช่ตัว เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและลดความตึงเครียด พร้อมกับบรรยากาศที่โอบล้อมไปด้วยธรรมชาติด้วยต้นไม้ใหญ่ปัจจุบันน้ำตกร้อนคลองท่อม เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของชาวต่างชาติ คนค่อนข้างเยอะ แนะนำให้ไปช่วงเช้า ตั้งแต่ 8.30 น. หรือหลัง 16.00 น. นักท่องเที่ยวจะไม่เยอะมาก

น้ำตกร้อนนี้ เกิดจากแหล่งแร่น้ำร้อนใต้ดินที่ซึมขึ้นมาจากผิวดินลักษณะเป็นชั้นคล้ายน้ำตกเล็กๆ มีแอ่งน้ำอุ่นอยู่ด้านล่าง ส่วนด้านบนจะมีแอ่งน้ำเล็กๆ คล้ายอ่างอาบน้ำหลายแอ่ง ที่เราสามารถนั่งแยกเป็นบ่อๆ น้ำตกร้อน จะประกอบไปด้วยแร่ธาตุต่างๆ ที่ช่วยให้ผ่อนคลาย และเชื่อกันว่า ดีต่อสุขภาพ สามารถบำบัดอาการไขข้ออักเสบ ปวดหลัง และโรคเกี่ยวกับผิวหนังได้ เหมือนได้ทำสปาจากธรรมชาติโดยตรง และสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้ยังเป็น อันซีนของเมืองไทย ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมากันอย่างไม่ขาดสาย

น้ำตกร้อนคลองท่อม หรืออีกชื่อคือ น้ำตกร้อนสะพานยูง อยู่ที่ อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ เป็นน้ำตกขนาดเล็กๆ สูง 5 เมตร กว้าง 10 เมตรเท่านั้น อุณหภูมิของน้ำจะประมาณ 42 องศา

วัดเขาหัวสิงห์ เป็นวัดที่ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา

เดิมเรียก ” ธรรมสถานเขาหัวสิงห์ ” ตั้งอยู่ หมู่ 1 ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่เริ่มก่อตั้งโดย พระครูบรรพตศิรสิงหารักษ์ ( พ่อท่านศักดิ์ ) เมื่อพุทธศักราช 2536 เพื่อใช้เป็นที่ปฏิบัติธรรมได้สร้างอุโบสถ กุฏิ และถาวรวัตถุ เป็นที่พักของผู้ปฏิบัติธรรมโดยวันที่ 4 พฤศจิกายน 2549 ทางวัดได้หล่อพระประธาน หน้าตัก 2 เมตรต่อมาได้ขอใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้สร้างวัด และได้รับอณุญาตตั้งเป็นวัด เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2553 ตั้งชื่อว่า ” วัดเขาหัวสิงห์ ” ซึ่งตั้งตามรูปพรรณสัณฐานของภูเขา ที่มีลักษณะเหมือนสิงโตหมอบ ( เมื่อมองจากบ้านบางเจริญ )ปัจจุบัน พระปลัดทนงศักดิ์ เขมจาโร ดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าอาวาสและเมื่อช่วงวันที่ 18 เมษายน ถึงวันที่ 29 เมษายน 2554 ได้ทำการปิดทองพระประธานเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

Shops in Krabi

Leave a Reply

Related Post

อุดรธานีอุดรธานี

พื้นที่ที่จังหวัดอุดรธานีปรากฎในประวัติศาสตร์เมื่อราวปีจอ พ.ศ.2117 พระเจ้ากรุงหงสาวดีได้ทรงเกณฑ์ทัพไทยให้ไปช่วยตีกรุงศรีสัตนาคนหุต(เวียงจันทน์) โดยให้สมเด็จพระมหาธรรมราชากับสมเด็จพระนเรศวรมหาราชยกทัพไปช่วยรบ แต่เมื่อกองทัพไทยมาถึงเมืองหนองบัวลำภูซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านของเมืองเวียงจันทน์ สมเด็จพระนเรศวรมหาราชประชวรด้วยไข้ทรพิษจึงยกทัพกลับไม่ต้องรบพุ่งกับเวียงจันทน์และเมืองหนองบัวลำภูนี้เองสันนิษฐานว่าเคยเป็นเมืองที่มีความเจริญมาตั้งแต่สมัยขอมเรืองอำนาจ ในสมัยกรุงรัตนโกสินเป็นราชธานีนั้น จังหวัดอุดรธานีได้เกี่ยวข้องกับการศึกสงคราม กล่าวคือในระหว่าง พ.ศ.2369- 2371 ได้เกิดกบฎเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมา ซึ่งมีผู้นำคือคุณหญิงโม(ท้าวสุรนารี) กองทัพเจ้าอนุวงศ์ได้ถอยทัพมาตั้งรับที่เมืองหนองบัวลำภู และได้ต่อสู้กับกองทัพไทยและชาวเมืองหนองบัวลำภูจนทัพเจ้าอนุวงส์แตกพ่ายไป กระทั่งในปลายสมัยสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่4 ประมาณ พ.ศ.2411 ได้เกิดความวุ่นวายขึ้นในมณฑลลาวพวน เนื่องมาจากพวกฮ่อซึ่งกองทัพไทยได้ยกขึ้นไปปราบปรามจนสงบได้ชั่วคราวในปี พ.ศ. 2428 สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พวกฮ่อได้รวมตัวก่อการร้าย กำเริบเสิบสานขึ้นอีกในมณฑลลาวพวนฝั่งซ้ายแม่น้ำโขงและมีท่าทีจะรุนแรง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดให้ พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นประจักษ์ศิลปาคม เป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายใต้ และเจ้าหมื่นไวยวรนาถเป็นแม่ทัพใหญ่ฝ่ายเหนือไปทำการปราบปรามพวกฮ่อ

ขอนแก่นขอนแก่น

ในปี พ.ศ. 2332 ท้าวเพียเมืองแพน ได้พาบุตรพร้อมด้วยผู้คนประมาณ 330 ครอบครัว อพยพจากบ้านชีหล่น แขวงเมืองสุวรรณภูมิ (ปัจจุบันอยู่ในเขตท้องที่ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด) มาตั้งอยู่ที่บ้านบึงบอน (บ้านเมืองเก่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ปัจจุบันนี้) เดิมขึ้นอยู่กับพระยานครราชสีมา ต่อมามีใบบอกลงมายังกรุงเทพฯและพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก มีพระบรมราชโองการยกฐานะบ้านบึงบอนขึ้นเป็น “เมืองขอนแก่น” เมื่อ พ.ศ. 2340 ตั้งให้ “ท้าวศักดิ์” ซึ่งเป็น “ท้าวเพียเมืองแพน” เป็นเจ้าเมืองขอนแก่น มีนามว่า

ชลบุรีชลบุรี

ชลบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันออกของประเทศไทย ชุมชนเมืองศูนย์กลางของจังหวัด คือ เทศบาลเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลายแห่งตั้งอยู่ โดยมีเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศ คือ เมืองพัทยา นอกจากด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้วยังเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจสำคัญของภาคตะวันออกอย่างมาก ทั้งในด้านพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในอดีตจังหวัดชลบุรีนั้นเคยเป็นแหล่งที่ตั้งของเมืองท่าที่มีความสำคัญมาก แม้แต่ในปัจจุบันนี้ก็ยังคงเป็นที่ตั้งของท่าเรือที่มีความสำคัญของประเทศรองจากท่าเรือกรุงเทพ นั่นก็คือท่าเรือแหลมฉบัง เนื่องจากมีทำเลที่ตั้งเหมาะสม จังหวัดชลบุรีนั้นมีอาณาเขตติดต่อ (ตามเข็มนาฬิกาเริ่มจากทิศเหนือ) ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดจันทบุรี จังหวัดระยอง และติดต่อกับอ่าวไทยทางทิศตะวันตก ประชากรของจังหวัดมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยประชากรในปี พ.ศ. 2562 มีจำนวนประมาณ 1.5 ล้านคน