อุบลราชธานี

อุบลราชธานี เป็นจังหวัดขนาดใหญ่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกสุดของภาคตะวันออกเฉียงเหนือและของประเทศไทย ทั้งยังเป็นตำบลที่ตั้งของเส้นเวลาหลักของประเทศ ที่เส้นแวง 105 องศาตะวันออก โดยเป็นจังหวัดแรกที่ได้เห็นดวงอาทิตย์ก่อนพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ

สัญลักษณ์ประจำจังหวัด รูปดอกบัวตูม และดอกบัวบาน ชูช่อก้านใบเหนือหนองน้ำ เป็นสัญลักษณ์ ระลึกถึงชาวเมืองหนองบัวลำภู ในเขตจังหวัด อุดรธานี..และเป็นจังหวัดหนองบัวลำภูในปัจจุบัน ภายใต้การนำของพระวอ และบุตรหลานพระตา ที่อพยพหนีภัยสงครามกับ เมือง เวียงจันทน์ ลงมาตั้งรกรากในเขตจังหวัดอุบลราชธานี เมื่อประมาณ พ.ศ.2312 ต่อมาชุมชนได้รับการยกฐานะขึ้นเป็น “เมืองอุบลราชธานีศรีวนาลัย”เมื่อวันจันทร์..เดือน 8 แรม 1 ค่ำ ปีชวด พ.ศ.2335 ในรัชกาลของ พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชองค์ปฐมบรมราชจักรีวงศ์

สถานที่ท่องเที่ยว

สวนสัตว์อุบลราชธานี เดิมเรียก อุทยานสัตว์ป่าอุบลราชธานี เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2556 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อเป็น “สวนสัตว์อุบลราชธานี” และเปิดอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 กรกฎาคม 2556 สวนสัตว์อุบลราชธานี ตั้งอยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนดงฟ้าห่วน มีพื้นที่จำนวน 1,217 ไร่ ได้มีการกำหนดจุดเด่นของสวนสัตว์ คือ Jungle Park หรือการนำเอาสวนสัตว์เข้ามาผสมผสานกับความอุดมสมบูรณ์ของป่าภายในพื้นที่ โดยใช้การอนุรักษ์ และหาผลประโยชน์จากสภาพพื้นที่ป่าแบบลดการทำลายสภาพพื้นที่เดิมให้มากที่สุด จัดแบ่งส่วนแสดงสัตว์ เป็น 10 ส่วนแสดง ประกอบด้วย (1) ส่วนจัดแสดงสัตว์กีบไทย (2) ส่วนจัดแสดงกีบต่างประเทศ (3) ส่วนจัดแสดงสิงโตแอฟริกา (4) ส่วนจัดแสดงสิงโต (5) ส่วนจัดแสดงเสือโคร่งขาว (6) ส่วนจัดแสดงสิงโตขาว (7) ส่วนจัดแสดงเสือโคร่งอินโดจีน (8) ส่วนจัดแสดงเสือดำ-ดาว (9) ส่วนจัดแสดงสัตว์ทุ่งแอฟริกา (10) ส่วนจัดแสดงสัตว์ขนาดเล็ก (มินิซู) นอกจากนี้ สวนสัตว์อุบลราชธานี ยังมีกิจกรรมให้นักเรียน นักศึกษา เยาวชน ได้เข้ามาศึกษาเรียนรู้เรื่องสัตว์ป่าและธรรมชาติ เพื่อให้เป็นแหล่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และสอดรับกับนโยบายของรัฐบาลด้านการศึกษาให้เกิดการบูรณาทางกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นสำคัญ พัฒนาให้เป็นศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย มี 2 ประเภทกิจกรรม คือ (1) ประเภทไป-กลับ 1 วัน(2) ประเภทค่ายพักแรม 2 วัน 1 คืน

จัดแสดงศิลปะวัตถุโบราณในภฺมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จัดแสดงวัฒนธรรมในด้านวิถีชีวิตชาวอิสาน วัตถุจัดแสดงที่เป็นไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาดในการชมคือ อรรธนารีศวรหินทราย อายุราวพุทธศตวรรษที่13 พบที่จังหวัดอุบลราชธานี ลักษณะประติมากรรมสลักเป็นรูปพระศิวะและพระอุมารวมกันเป็นองค์เดียว ประทับขัดสมาธิราบบนฐานบัวหงาย นับเป็นอรรธนารีศวรที่เก่าที่สุดรูปหนึ่งเท่าที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และมีลักษณะค่อนข้างพิเศษทั้งด้านกายวิภาคและรายละเอียดของเครื่องประดับ เฉพาะกุณฑลขนาดใหญ่นั้นคล้ายคลึงกับที่ปรากฏในกลุ่มประติมากรรมศิลปะจามระยะแรก เช่น รูปยักษ์จากตราเกียวในพิพิธภัณฑสถานเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ส่วนผ้านุ่งใกล้เคียงกับผ้านุ่งของพระศิวะจากโบราณสถานไมซอนเอ1พระคเณศหินทราย ศิลปะเขมร อายุราวพุทธศตวรรษที่15
ลักษณะโดยทั่วไปคล้ายยังแกะสลักรายละเอียดไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่จากลักษณะการแต่งกายคล้ายกับประติมากรรมในศิลปะเขมรแบบเกาะแกร์สามารถเปรียบเทียบได้กับพระคเนศจากบาสักและพระ คเนศจากปราสาทหินเมืองต่ำ

อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เป็นอุทยานแห่งชาติที่ตั้งอยูทางตะวันออกสุดของประเทศไทย สามารถรับชมพระอาทิตย์ขึ้นได้เป็นจุดแรกของประเทศไทย ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานี จุดที่น่าสนใจคือภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ผาแต้ม ผาหมอน ผาลาย ประติมากรรมธรรมชาติเสาเฉลียง และจุดชมพระอาทิตย์แสงแรกแห่งสยาม อุทยานแห่งชาติผาแต้มมีพื้นที่ราว 340 ตารางกิโลเมตร (212,500 ไร่)

Shops in Ubon Ratchathani

Leave a Reply

Related Post

อยุธยาอยุธยา

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอดีตราชธานีของไทยมีหลักฐานของการเป็นเมืองในลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 16 – 18 โดยมีร่องรอยของที่ตั้งเมือง โบราณสถาน โบราณวัตถุ และเรื่องราวเหตุการณ์ในลักษณะ ตำนานพงศาวดาร ไปจนถึงหลักศิลาจารึก ซึ่งถือว่าเป็นหลักฐานร่วมสมัยที่ใกล้เคียงเหตุการณ์มากที่สุด ซึ่งเมืองอโยธยาหรืออโยธยาศรีรามเทพนคร หรือเมืองพระราม มีที่ตั้งอยู่บริเวณด้านตะวันออกของเกาะเมืองอยุธยา มีบ้านเมืองที่มีความเจริญทางการเมือง การปกครอง และมีวัฒนธรรมที่รุ่งเรืองแห่งหนึ่ง มีการใช้กฎหมายในการปกครองบ้านเมือง 3 ฉบับ คือ พระอัยการลักษณะเบ็ดเสร็จ พระอัยการลักษณะทาส พระอัยการลักษณะกู้หนี้สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงกู้เอกราชคืนมาได้ใน พ.ศ. 2127 และ

นครสวรรค์นครสวรรค์

นครสวรรค์  เป็นเมืองโบราณซึ่งสันนิษฐานว่าตั้งขึ้นในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี โดยมีปรากฏชื่อในศิลาจารึกเรียกว่า  เมืองพระบาง  เป็นเมืองหน้าด่านสำคัญในการทำศึกสงครามมาทุกสมัย  ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัย กรุงธนบุรี จนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ตัวเมืองดังเดิมตั้งอยู่บริเวณเชิงเขาขาด (เขาฤาษี)  จรดวัดหัวเมือง (วัดนครสวรรค์) ยังมีเชิงเทินดินเป็นแนวปรากฏอยู่  เมืองพระบาง ต่อมาได้เปลี่ยนเป็น เมืองชอนตะวัน  เพราะตัวเมืองตั้งอยู่บนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา และหันหน้าเมืองไปทางแม่น้ำซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกทำให้แสงอาทิตย์ส่องเข้าหน้าเมืองตลอดเวลา แต่ภายหลังได้เปลี่ยนเป็น เมืองนครสวรรค์ เป็นศุภนิมิตอันดี นครสวรรค์  มีชื่อเรียกเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาแต่เดิมว่า  ปากน้ำโพ  โดยปรากฏเรียกกันมาตั้งแต่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา  ตามประวัติศาสตร์ในคราวที่พระเจ้าหงสาวดีบุเรงนองยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยา ครั้งสมัยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ  กองทัพเรือจากกรุงศรีอยุธยาได้ยกไปรับทัพข้าศึกที่ ปากน้ำโพ  แต่ต้านทัพข้าศึกไม่ไหว

ฉะเชิงเทราฉะเชิงเทรา

จังหวัด ฉะเชิงเทราหรือที่นิยมเรียกกันว่า “แปดริ้ว” เคยเป็นเมืองหนึ่งที่อยู่ในอำนาจการปกครองของขอมมาก่อนในสมัยอิทธิพลของ อาณาจักรลพบุรี (ขอม) เมืองฉะเชิงเทราตั้งอยู่สองฝั่งแม่น้ำบางปะกง เป็นไปได้ว่าชาวเมืองสมัยโบราณอาจจะเรียกชื่อแม่น้ำบางปะกงว่า คลองลึกหรือคลองใหญ่ ตามลักษณะที่มองเห็นแต่ด้วยอิทธิพลเขมรจึงได้เรียกชื่อแม่น้ำ เป็นภาษาเขมรว่า “สตึงเตรง หรือ ฉทรึงเทรา” ซึ่งแปลว่า คลองลึก นั่นเอง ครั้นเรียกกันไปนาน ๆ เสียงเลยเพี้ยนกลายเป็น “ฉะเชิงเทรา” แต่ก็มีความเห็นอื่นที่แตกต่างออกไปว่าชื่อ “ฉะเชิงเทรา” น่าจะเพี้ยนมาจาก “แสงเชรา” หรือ “แซงเซา” หรือ “แสงเซา” อันเป็นชื่อเมืองที่สมเด็จพระบรมราชาธิราช